ARHITECTURE

วันพฤหัสบดีที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2555

สถาปัตยกรรมไทย

สถาปัตยกรรมไทย หมายถึงศิลปะการก่อสร้างของไทย อันได้แก่ อาคาร บ้านเรือน  โบถส์ วิหาร และวัง เป็นต้น   และสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ มีลักษณะแตกต่างกันไปตามสิ่งเเวดล้อมภูมมิศาสตร์ และคตินิยม สถาปัตยกรรมไทย มีมานานตั้งแต่ที่คนไทยเริ่มก่อตั้งถิ่นฐาน เป็นเวลายาวนานร่วม 4000 ปี บรรพบุรุษไทยได้พัฒนาเรื่อยมาและปรับปรุงรูปแบบสถาปัตยกรรมอันเป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิต เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ และสภาพภูมิประเทศ โดยเพิ่มเติมใส่เอกลักษณ์ความเป็นไทยเข้าไป ซึ่งนับเป็นการแสดงออกความสามารถของบรรพบุรุษไทย สามารถแบ่งยุคได้เป็น 2 รูปแบบใหญ่ๆ คือ สถาปัตยกรรมไทยสมัยประวัติศาสตร์ และ สถาปัตยกรรมสมัยรัตนโกสินทร์








รูปแบบ

จัดหมวดหมู่ ตามลักษณะการใช้งานได้ 2 ประเภท คือ


1 สถาปัตยกรรมที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัย


เช่น อาคารบ้านเรื่อน ตำหนักวัง และพระราชวัง เป็นต้น  บ้านหรือเรือนเป็นที่อยู่อาศัยของสามัญชนคนธรรมดา ธรรมดาทั่วไป ซึ่งมีทั้งเรือนไม้ และเรือนปูนส่วน เรือนไม้มีอยู่ 2 ชนิดก็ คือ เรือนเครื่องผูก  และ เรือนเครื่องสับ


ตำหนัก และวัง เป็นเรือนที่อยู่ของชนชั้นสูงและ พระราชวงศ์ หรือ ใช้เรียกที่ประทับชั้นรอง ของพระมหากษัตริย์


2   สถาปัตยกรรมที่เกี่ยวข้องศาสนา
ได้แก่ โบสถ์  วิหาร  กุฎิ  หอไตร  หอระฆังและ  หอกลอง  สถูป เจดีย์  เป็นต้น

วันพุธที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2555

ยุคทวาราวดี (พุทธศตวรรษที่ 12 - 16)

จะปรากฏอยู่ในภาคกลางของประเทศไทย  และ ยังกระจายไปอยู่ทุกภาคประปราย  บางแห่งมีการใช้ศิลาเเลงบ้าง  เช่นก่อสร้างบริเวณฐานสถูป การก่อสร้างเจดีย์ในสมัยทวาราวดีทีพบทั้งเจดีย์ฐานสี่เหลี่ยม  เจดีย์ทรงระฆังคว่ำ มียอดแหลมอยู่ด้านบน  เช่น วัด พระเมรุ และ เจดีย์จุลปะโทนวัดพระประโทน เป็นต้น

ยุคศรีวิชัย (พุทธศตวรรษที่ 13 - 18)

พบในภาคใต้  ในประเทศไทยจะพบร่องรอยการ สร้างสถูปตามเมืองสำคัญ เช่น เมืองนครหิ  เมืองตามพรลิงก์  ลักษณะของสถาปัตยกรรมแบบศรีวิชัย คือการสร้างสถูปทรงมณฑปให้มีฐานและเรือนธาตุรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ส่วนยอดเป็นเจดีย์แปดเหลี่ยม ส่วนฐานปากระฆังสร้างเป็นชึ้นลดหลั่นกันไป เช่น พระบรมธาตุไชยา  จังหวัด สุราษฎร์ธานี

ยุคลพบุรี (ราวพุทธศตวรรษที่ 12 - 18)

พบบริเวณ ภาคกลาง ภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีรูปแบบคล้ายกับศิลปะขอม  เช่น เทวาลัย ปราสาท พระปรางค์ ต่างๆ  ส่วนมากนิยมใช้อิฐ หินทรายและศิลาเเลง โดยใช้อิฐและหินทรายสำหรับสร้างเรือนปราสาทและใช้ศิลาแลง สร้างส่วนฐาน ต่อมาก็สร้างด้วยศิลาแลงทั้งหลัง สถาปัตยกรรมที่ยังคงสภาพสมบูรณ์อยู่เช่น ปรางค์วัดพระพายหลวง จังหวัดสุโขทัย และ พระปรางค์สามยอด จังหวัดลพบุรี

ยุคเชียงแสน (ราวพุทธศตวรรษที่ 16 - 23)

พบในภาคเหนือ ส่วนใหญ่สร้างเพื่อเป็นศาสนสถาน เชียงแสนนั้นเคยเป็นเมืองหลวงของล้านนาต่อเนื่องจากเวียงกุมกาม อาณาจักรเชียงแสนได้รับเอา ศิลปวัฒนธรรมมาจากดินแดงแห่งอื่นเข้าผสมผสาน ทั้งศิลปะสุโขทัย ศิลปะทวาราวดี ศิลปะศรีวิชัย ศิลปะพม่า เช่นวัดพระธาตุจอมสวรรค์และวัดล้างหมายเลข 13 นอกเมืองเป็นต้น

ยุคสุโขทัย (พุทธศตวรรษที่ 19 - 20)

เอกลักษณ์ ของสถาปัตยกรรมสุโขทัย  จะออกแบบให้ก่อเกิดความศรัทธาโดยการสร้างรูปทรงอาคารในเชิงเป็นสัญลักษณ์  เช่น การออกแบบเจดีย์ทรงดอกบัวตูม หรือ เจดีย์ทรงกลม และปั้นรูปช้างล้อมรอบฐานเจดีย์
เจดีย์ในสมัยสุโขทัยเเบ่งได้เป็น 3 ยุค
1 เจดีย์แบบสุโขทัยแท้ หรือ เจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์
2 เจดีย์ทรงกลมแบบลังกา
3 เจดีย์แบบศรีวิชัย

ยุคอู่ทอง (ราวพุทธศตวรรษที่ 17 -20)

ในยุคมีเอกลักษณ์ที่สำคัญคือ  เป็นศิลปะที่เกิดจากการรวมกันของศิลปะทวาราวดี และอารยธรรมขอม
เช่น   พระปรางค์องค์ใหญ่ในวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ  จังหวัดลพบุรี


ยุคอยุธยา (พุทธศตวรรษที่ 20 - 23)

ในสมัยนี้มีเอกลักษณ์ที่สำคัญคือ  การออกแบบที่แสดงถึงความยิ่งใหญ่ร่ำรวย  สถาปัตยกรรมในยุคนี้จึงมีลักษณะที่ใหญ่และสูง ตกแต่งดวยการเเกะสลักและปิดทอง โบสถ์และวิหารไม่นิยมให้ชายคายื่นออกมาส่วนใหญ่หัวเสาเป็นรูปดอกบัวตูม และมีลักษณะการปล่อยแสงให้สาดเข้ามาในอาคารมากขึ้น


สถาปัตยกรรมสมัยรัตนโกสินทร์

เริ่มมีการติดต่อกับชาติตะวันตกในสมัยรัชกาลที่4 มีการก่อสร้างอาคารมากมายเพื่อรองรับการทำกิจกรรมต่างๆนอกเหนือจากการเป็นที่อาศัยและวัดวาอาราม เช่น โรงงาน โรงเลื่อยไม้ โรงสี เป็นต้น
และยังมีการสร้างอาคารทางราชการ กระทรวงต่างๆ และพระราชวังที่มีรสนิยมจากชาติตะวันตก  เช่น 
พระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาท  พระที่นั่งอนันตสมาคม เป็นต้น